top of page

Shereen: คุณป้าเกิดที่ไหน ตอนนี้อายุเท่าไหร่คะ

Shereen: Where were you born? How old are you now?

Surin: เกิดที่นี่เลย เป็นเด็กเกิดในนี้เลย ใน… 

Surin:  I was born here, exactly here.  

Shereen: ที่ทรงวาดหรอคะ

Shereen: Here in Songwat?

Surin: ในทรงวาดนี่เลยเเหละ อายุตอนนี้ก็ 71 เเละ

Surin: Here in Songwat yes. Now I’m 71 years old.
Shereen: 71 ค่ะ

Shereen: Alright, 71

Surin: พ่อเเม่ สงครามครั้งที่สองพ่อเเม่เข้ามาอยู่เเละ เเต่มีพี่ชายอยู่คนเดียวเเล้วก็มามีป้าอยู่ สองคนพี่น้อง

Surin: My parents moved here during the World War II. There were also my brother and I, two of us. 

Shereen: ก็คือประมาณช่วงสงครามโลกครั้งที่สองใช่ไหมคะ

Shereen: So, you moved here around the period of World War II right?

Surin: ใช่ คุณเเม่เข้ามาอยู่ที่นี่

Surin: Yes, that’s when my mother moved here.

Shereen: เเล้วก็อยากทราบประวัติว่าคุณป้าเรียนจบอะไรที่ไหน โรงเรียนเเถวนี้ใช่ไหมคะ

Shereen: And where did you study? You went to a school in this neighborhood right? 

Surin: ใช่ค่ะ เเต่ก่อนเรียนโรงเรียนตรีมิตร ตรีมิตรนี่หมายถึงว่าตรงโอเดียน เห็นมั้ยลูก

Surin: Yes, I went to treemirt school. The one in Odean, you know what I’m talking about?

Shereen: ตรงโอเดียนตรงเเถวสำเพ็ง พาหุรัดหรอคะ

Shereen: Odean near Sampheng, Phahurat? 

Surin: ไม่ใช่ โอเดียนนี่ไง

Surin: No, I meant this Odean nearby.

Shereen: อ๋อ วงเวียน

Shereen: Ah! Odean circle.

Surin: วงเวียนโอเดียนเนี่ย ทางขวามือ ตอนนี้มันเป็นพวกที่ขายของ ของพวกอะไหล่รถเเละ เมื่อก่อนเป็นของรัฐบาล เป็นโรงเรียนตรีมิตร เป็นของรัฐบาลอยู่ ป้าเรียนได้เเค่ป. 3 ป้าเรียนได้เเค่ป. 2 เเล้วป. 3 ป้าก็ย้ายมาอยู่โรงเรียนวัดปทุม ทุกคนย้ายมาอยู่วัดปทุม ป้าเรียนถึงเเค่ป. 4 เพราะว่าเเม่ไม่ให้ลูกผู้หญิงเรียน เพราะว่าที่บ้าน ที่บ้านอยู่ที่นี่ ป้าอยู่หลังนี้ เพราะว่าเเต่ก่อนเข้ามาอยู่ 

Surin: Yes, Odean circle on the right. Now it’s a space where they sell things like spare parts. This space used to belong to the government. It was Treemirt school, a public school. I studied there until the 2nd grade. Then I moved to Wat Pathum school to start the third grade. Everyone moved to Wat Pathum school. I studied until the fourth grade because my mom didn’t let the daughters continue their studies. This is the house where I live.

Shereen: ที่บ้านคุณป้ามีพี่น้องกี่คนนะคะ

Shereen: How many siblings do you have?

Surin: 4 คน เเล้วก็มีพี่ต่างเเม่อีก เเต่ว่าเราเนี่ย ป้านี่เป็นลูกเมียเเต่ง  เเล้วก็มาอยู่ เค้าก็ไปๆ มาๆ เเหละคนเหล่านั้น เเต่ว่าเราอยู่ในนี้เนี่ย นี่ประมาณ 4-5 ครอบครัว ที่อพยพกันเข้ามาอยู่

Surin: There’re four of us. I also have siblings from a different mother. But my mother is the legitimate wife.  They moved here, come and go. There were about 4-5 families who emigrated here.

Shereen: ที่มัสยิดนี้ใช่ไหมคะ

Shereen: To this mosque right?

Surin: ใช่ ที่มัสยิดนี้ ที่ทรงวาดเนี่ย มีเเต่เครือญาติกันทั้งนั้น ที่เข้ามาอยู่นี่ได้เพราะน้าชายพ่อเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่สาม เป็นบิหลั่น เเต่ก่อนอิหม่ามก็ไปๆ มาๆ ทุกวัน ไม่มีใครได้อยู่ พ่อก็เลยเข้ามาอยู่กัน เเล้วที่บ้าน ทุกคน หลายครอบครัวเขาไม่ให้ทำมาหากิน เขาก็เหมือนว่ารับจ้างทั่วไปอะไรอย่างนี้ ตัดหอม ตัดกระเทียม ฝั่ง อะไรอ่ะ ศิริพัฒนาก็ไปนั่ง เเต่ส่วนที่บ้านเเม่ขายข้าวเเกง ขายข้าวเเกงหน้า… ที่เขาวางของเนี่ย ขายดีมากเลย

Surin: Yes, to this mosque in Songwat. We’re all family. We got to live here because our father’s uncle was the third imam, a “bilan”. In those days, imam was not always here. No one was really here, so dad brought us here. We were not really allowed to work. So we just did some small jobs to gain money, like cutting onions, garlics. We went to work on Siripattana’s side. At home, my mom sold rice and curry. It was a really good business.

Shereen: เเต่ก่อนเป็นร้านข้าวเเกงใช่ไหมคะ

Shereen: So, it used to be a rice and curry restaurant.

Surin: ใช่ เป็นร้านเล็กๆ

Surin: Yes, it was a small restaurant.

Shereen: ตรงข้างๆ ซาลาเปา

Shereen: Near the salapao shop?

Surin: นี่ค่ะ ข้างๆ นี้เลยค่ะ ตรงข้างๆ ซาลาเปานี่เขาขายโอเลี้ยง อาม่าหลังบ้าน ขายโอเลี้ยง สมัยก่อนนั้น โหขายดีมากเลย จับกังเยอะมาก จานละสามบาท ข้าวเเกง เเล้วเเม่ขายข้าวเเกง พอสายหน่อยป้าก็ไปช่วยเก็บกวาด เเม่ก็มาทำขนม เเล้วก็หาบไปขายเเถววัดเกาะ พวกจิวเวลรี่ เพื่อนเเม่เขาเยอะ พวกร้านขายเพชรอ่ะ เขาก็ช่วยซื้อ ซื้อทุกวันเลย ขายดีมาก พอเราจะไปขายเสร็จ กลับมา ก็ไปตลาด ตลาดก็ไปวัดพระยาไกร ซื้อกับข้าว เเล้วก็ซื้อหอม ซื้อกระเทียมเเถวนี้ ใส่เป็นถุงๆ โล ห้าโล สิบโล เอาไปส่งเขาอีกที่ตลาด เพื่อเเบบว่าเราซื้อมะพร้าวเขา ร้านขายน้ำพริกเนี่ย เราจะได้เเลกเปลี่ยนกัน ได้ดีมากเลย เขาขายดีมากเลยที่บ้าน เเต่ว่าพ่อเนี่ย เหมือนกับว่า พอเจริญหน่อยเนี่ย

Surin: It’s right next to us. Next to the salapao shop is where they sell oliang. The ama behind this house sells oliang. It was a really good business back in the days. Many of the clients were the workers around here. My mom was selling rice and curry for three baht per portion. After finishing selling the rice and curry late in the morning, I helped my mom clean up then she would start making desserts so that she could carry it to Wat Koh, to sell. Mom had a lot of friends from the jewery shops, people from the diamonds shops for example, bought her desserts everyday. She made good profits. After selling the desserts, we would come back here, then go to the market, then to Wat Phraya Krai to buy food, onions and garlics. We packed them in bags of 5 or 10 kilos, delivered them to the market. We exchange food like coconuts and namprik. It was so nice. They made a lot of profits. As for my dad, when the economy was starting to grow… 

Shereen: คุณป้ามีพี่น้องใช่ไหมคะ

Shereen: You have siblings right?

Surin: พี่น้องสี่คน สี่คนของป้า ระหว่างเเม่ป้า เเม่เดียวกันสี่คน เเต่ถ้าเป็นพี่น้องร่วมพ่อเดียวกันก็ประมาณเก้าคน ห้าคน เเต่ว่าคนเหล่านี้มักจะมาหาเเม่ เเม่ป้าตลอด เดือดร้อนมาก็มาหา เดือดร้อนมาก็มาหา ส่วนพ่อนี่ก็

Surin: Four siblings yes, with the same mom and dad. And five more siblings with the same dad, nine in total. They always came to see my mom. Whenever they were in trouble, they came to see her. And my dad…

Shereen: เเต่เขาไม่ได้อยู่ที่ทรงวาดใช่ไหมคะ

Shereen: But they don’t live in Songwat right?

Surin: ไม่ได้อยู่ค่ะ มีเเต่พวกป้าอยู่ เเต่พ่อเนี่ย เอาลูกหลานเขาที่อยู่… เขาเป็น… มาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็จะมาพักอยู่ที่บ้านเรา เเล้วก็ การกินการอยู่เเม่เป็นผู้รับผิดชอบหมดเลย เลี้ยงลูกหลานหมดเลย ประมาณสิบกว่าคนน่ะ

Surin: No, it’s just me and my siblings living here. Dad had some relatives who came to work in Bangkok and stayed with us. My mom was responsible for their well-being. She took care of all of them. There were about ten of us in total.

Shereen: เเล้วก็ อย่างเเต่ก่อนตอนที่ป้าเด็กๆ กับตอนที่โตมา เเล้วก็ตอนนี้ ปัจจุบันอ่ะค่ะ คุณป้าเห็นทรงวาดเปลี่ยนไปประมาณไหนบ้างคะ

Shereen: How has Songwat been changing until now, since your childhood, or since the time you were growing up? 

Surin: เปลี่ยนไปเยอะมากเลย ทรงวาดเเต่ก่อนนะ ถ้าจะย้อนไปนะ ป้าอยากจะให้เป็นสมัยที่ป้ากำลังเติบโตดีกว่า เพราะว่าหากินดีมาก มันเป็นเงินน่ะ เเต่เดี๋ยวนี้มันเจริญก็จริง เเต่มันยาก

Surin: It has been changing so much. I’d rather go back to the old days where I was growing up. The economy in this area was really good. We made money during those days. It’s true that there’s a lot of development now. But it’s difficult. 

Shereen: หากินยากใช่ป่ะคะ

Shereen: It’s difficult to make a living right?

Surin: ใช่ เเต่ก่อนป้าอายุเเค่ 12 ป้าก็ไม่ได้เรียนหนังสือเเล้วนะ ป้าก็มาเก็บถั่วร้านอาซิ้มเนี่ย ร้านสองห้องเนี่ย อาเเปะเนี่ย เก็บถั่ว ป้าก็เก็บป้าก็ได้เป็นหัวหน้านะ วันหนึ่งเข้าไปทำใหม่ๆ หัดเก็บห้าบาทเจ็ดบาท เราก็มีเงินเก็บให้พ่อเเม่เเล้วนะ เริ่มจากงาน เพราะที่นี่ไม่มีน้ำประปานะ มีเเต่ไฟอย่างเดียวนะ เเล้วพอเลิกเสร็จปุ๊ปเราก็ข้ามไปที่ร้านเหลี่ยงเฮงตรงเนี่ย ร้านที่ขายวุ้นเส้นเนี่ย ข้ามไปเพราะว่าเสี่ย … เป็นเพื่อนกัน เข้าไปอาบน้ำพวกจับกังก็ไม่กล้ายุ่งกับเรานะ พอเข้าไปอาบน้ำ เราเห็นเขาขายหอมกระเทียม เขา… เกลือ เเล้วก็ไปเก็บๆ เก็บใส่มาเป็นกระป๋อง คนอื่นเขาไม่อยากเก็บก็ช่างเขา ป้าเก็บ เก็บมาไว้ให้เเม่ เอามาตัดๆ เเล้วเราก็เอาไปขายตลาดส่งเขา เราจะได้ลงทุนน้อย อะไรอย่างเนี่ย ป้าก็ทำของป้าอย่างนี้ตลอดทุกวัน ทำมาเรื่อย พอเป็นหัวเรี่ยวหัวเเรงของที่บ้าน เพราะป้าขายของไม่เก่ง 

Surin: Exactly. When I was only 12, I already stopped going to school. I collected nuts at asim’s shop, that shophouse. Apae was my boss. When I started this job, with 5 or 7 baht that I gained, I could already have some savings for my parents. Back then there was no water supply there, only electricity. After finishing my work there, I crossed the street to Liangheng shop, the place where they sold vermicelli because the owners were friends. I went there to take a shower. The workers never bothered me. When I went there for a shower, I saw people selling onions and garlic. I took some and collected them in the cans. The others didn’t really care to collect them. It didn’t matter. I did and I brought them to my mom. She cut them and we sold them at the market. It was kind of a little investment. I was doing that everyday and could manage to take care of the family. I’m not really good at selling.

Shereen: เพราะว่า เเถวนี้ส่วนใหญ่ก็คือเป็น เป็นเหมือนโกดังเก็บของเเล้วก็เป็นคนทำงาน

Shereen: So most of the spaces around here are used as warehouses and there’re many workers?

Surin: เเต่ก่อนสมัยที่ป้าเด็กๆ ยังไม่เป็นโกดัง มีร้านอาเเปะอย่างเดียวที่เป็นร้านขายถั่ว เเล้วร้านห้องที่สามจากตรงนี้ไป อันนี้สองห้องใช่ไหม เป็นร้านขายถั่ว

Surin: When I was young, there was no warehouses yet. There was just the nuts shop which belongs to apae, the third shophouse next to this one.

Shereen: เเล้วสมัยที่คุณป้าเด็กๆ เลย เขาทำอะไรกันหรอคะ

Shereen: What was happening in this area when you were young then?

Surin: เด็กๆ ทรงวาดเนี่ยขายหอมขายกระเทียม ขายถั่วลิสง

Surin: When I was young, people were selling onions, garlics and peanuts. ทรงวาดเนี่ยขายหอมขายกระเทียม ขายถั่วลิสง

Shereen: ค่ะ พวกธัญพืช พวกพืชผัก

Shereen: Right, cereals and vegetables.

Surin: ใช่ ใช่ เเล้วก็ห้องที่สองที่อยู่ซอยของเราเนี่ย อาซิ้มคนหนึ่งเขาก็ขายน้ำเเข็ง น้ำเเข็งที่ส่งตามร้าน เขาก็มีรถอยู่คันหนึ่ง ส่วนห้องที่ขายจานเขาก็ขายวุ้นเส้น อีกห้องหนึ่งก็อยู่เฉยๆ ขายน้ำอะไรอ่ะ น้ำเขียวน้ำเเดงอ่ะ ของสมัยก่อน คนจีนอ่ะ เเล้วสามห้องที่หนูอยู่นี่ก็เป็นร้านขายหิน ขายหินที่ว่าฮวงจุ้ยอ่ะ ทำฮวงจุ้ยอ่ะ เเล้วก็พอดีเขาเลิก อาเเปะบ้านนี้เนี่ย อาเจ็ก… เขาก็เลยซื้อไว้ เขาก็เลยเซ้งกันต่อ เนี่ยๆ

Surin: Yes, exatcly. There was also a lady who sold ice at the second shophouse on this street. She delivered ice to different places. She had a car for the delivery. At the shophouse where they sold plates, they also sold vermicelli. Nothing was happening in another shophouse, they sold green and red soda, drinks sold by chinese people back in the days. And your shophouse used to a stone shop, stones for feng shui. After they stopped their business, ajek bought the space and sold it out.

Shereen: ก็คือบ้านนี้

Shereen: You mean this house.

Surin: ใช่ เขาเซ้งกันต่อ เเต่ก่อน อาเจ็กหมา เฒ่าเเก่ใหญ่ บ้านนี้ ของเฮียเนี่ย เขาตั้งใจมาซื้อเลย เขามาเห็นปุ๊ปเขาบอกว่า เขาอยู่ตรงนี้ ตรงเผยอิงเนี่ย ลูกเขาเยอะ เขาเห็นปุ๊บเขาก็เห็นว่าอยู่ใกล้สุเหร่า ใกล้… เขาก็เลยบอกว่า โอ้ ฮวงจุ้ยเขาดีอ่ะ เขาอยากจะได้ เขาก็เลยเซ้งเอาไว้ สามห้องของหนูเนี่ย เขาก็เซ้งเอาไว้เสร็จปุ๊บ อยู่ๆ มา ต่อมาเขาก็มาอยู่ที่ของของเขาในนี้ เขาซื้อที่ เขาปลูกทอดกัน

Surin: Yes, it has been sold out. Back then, ajek Ma intended to buy this house. As soon as he saw the house, near Peiing school, located near the mosque, he said the feng shui was really good and he wanted to have it. So he took it, then started to live here and bought more properties next to it. 

Shereen: เขาก็ปลูกหลังนี้มาตรงกลาง

Shereen: Then he built this house in the middle.

Surin: เขาสืบตรงนี้ปุ๊ปเขาปลูกเลย ตรงนี้ก็เป็นของคนที่เช่าของพวกเราอยู่สามห้อง ที่ตรงนี้ของเขา เขาเลยซื้อที่ดินตรงนี้เลย เเล้วเขาก็เลยสร้างขึ้นมา ที่ขายไอติมเนี่ย

Surin: When he found out about this space, he built the house right away. He bought the property and built it, the place where they sell ice cream. 

Shereen: เเล้วก็อยากทราบว่าเหตุการณ์ไหนที่เป็นเหตุการณ์ประทับใจที่สุดในทรงวาดของคุณป้า ตอนเด็กก็ได้หรือว่าตอนโตเเล้วก็ได้ค่ะ

Shereen: Can you please tell us about your most impressive experience in Songwat? Can be an experience from your childhood or your adulthood. 

Surin: ตอนเด็กกับตอนโตดีนะ มาตอนอายุเยอะเนี่ย เปลี่ยนไปนี่ไม่ไหวเลย

Surin: Songwat was such a lovely place during my childhood and during the time I was growing up. Since I got old, it changed a lot.

Shereen: อ๋อ

Shereen: I see.

Surin: ตอนเด็กก็ดี

Surin: I enjoyed my childhood in Songwat a lot.

Shereen: ตอนเด็กกับตอนโตชอบ พอเป็นทรงวาดใหม่เนี่ย

Shereen: You enjoyed it during your childhood and while you were growing up but with the new Songwat… 

Surin: ตอนเด็กเนี่ย ดี ดีมาก ตอนโตที่เรามีครอบครัว มีลูกเเล้วเราก็หากินดีมากเลย หากินดีมาก พอหมดหอมกระเทียม รถสิบล้อ ไม่ได้เข้ามาในตัวเมืองเนี่ย จะอยู่เเค่รังสิตเเล้วเนี่ย หอมกระเทียมก็กระจายไป ต่อมาก็จะมีอย่างอื่นเข้ามาปะปน ทรงวาดนี่เขาถมใหม่นะ เเต่ก่อนต่ำมาก ต่ำ เราก็เลยถมเเค่ซอย เราซอยนี้เราซื้อนะ ทางเนี่ย ทางสุเหร่าซื้อไว้ห้องหนึ่ง เเต่ก่อนต่ำมาก ถ้าเราไม่ได้ซื้อเราก็จะไม่มีทาง ทางเราเล็กๆ ล้อมกำเเพงหมดเเล้ว เข้าทางเดียว

Surin: It was such a great area during my childhood. When I started to have a family, have kids, the economy was so good. We could sell a lot of onions and garlic all over the city. Then there were new developments in the area. The land was leveled. It used to be very low. The mosque also bought one shophouse on this street so we could enter the mosque. The entrance is really small. There was only one way to get to the mosque, the rest of the space was surrounded by walls. 

Shereen: เเล้วอย่างเเกลเลอรี่อะไรอย่างนี้ หมายถึงว่างานศิลปะอะไรอย่างนี้ สมัยก่อนมีไหมคะ หรือว่าคุณป้าได้ไปดูไหมคะ 

Shereen: Was there any art galleries or artworks in the past? Did you get to see art around here? 

Surin: สมัยก่อนไม่มีเเกลเลอรี่ ไม่มีร้านกาเเฟ ไม่มีร้านกาเเฟ ไม่มีร้านกาเเฟเเบบสมัยนี้เลย ไม่มีเลย

Surin: There were no galleries, no coffee shops, like these days, not at all. 

Shereen: ไม่มีร้าน มีเเค่ร้านอาหาร

Shereen: No… just restaurants?

Surin: ไม่มี มีเเค่ร้านที่เเม่ขายข้าวเเกงเอง ตรงนี้ เเล้วก็มีร้านอาซิ้มคนหนึ่ง ขายกาเเฟเอง สมัยก่อนไม่มีร้าน จับกังขายของขายดีมาก
Surin: Not even restaurants. My mom’s rice and curry place was the only restaurant. And there was also a coffee shop owned by a lady.

Shereen: เเล้วคุณป้าคิดว่ายังไงพอร้านเเบบนี้เข้ามา

Shereen: What do you think about the new shops in the area?

Surin: มันก็เจริญไปอีกคนละอย่างนะลูก อย่างนี้มันก็ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ มันก็เจริญไปอีกคนละรุ่นน่ะ ซึ่งป้านี่อาจจะหมดวัยเเล้ว รุ่นพวกหนูนี่ก็ โอเคอ่ะ ดี มันดีคนละอย่างอะนะ ถ้าเปรียบเทียบไปเเล้ว

Surin: It’s another kind of development my dear. It has to be developed through time and generations. It’s not my generation anymore. Now it’s good in a different aspect.

Shereen: เเล้วคุณป้าคิดว่างานศิลปะเขามีไว้เพื่ออะไร หรือว่าเพื่อทำอะไร

Shereen: What do you think art is for?

Surin: มีไว้เพื่อว่า ตรงนี้มัน เเบบนี้มันเป็นเเบบนี้นะ ดีนะ เออเเบบนี้ก็ดี

Surin: It’s something good.

Shereen: คือความสวยงามหรอคะ

Shereen: You mean art is beauty?

Surin: ความสวยงาม ความสวยงามด้วย ความมีฝีมือด้วย มันมีฝีมือด้วย ถ้าไม่มีฝีมือคงทำไม่ได้อ่ะ จะวาดรูปดอกไม้ ถ้าเราไม่มีฝีมือก็วาดไม่สวยใช่มั้ย มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ว่า อยู่ที่ทรงวาดมันก็ดีนะลูก มันก็ดี

Surin: Beauty and talent. Without talent, one wound’t be able to draw a flower. The flower wouldn’t come out right. I would say it’s nice to have art in Songwat. 

Shereen: โอเคค่ะ เเล้วคำถามสุดท้ายค่ะ คุณป้าคิดว่าอีก 5 ปีทรงวาดน่าจะไปไหนทิศทางไหน

Shereen: Alright, here comes the last questions, what do you think Songwat will be like in 5 years?

Surin: เจริญมาก ก็สมัยใหม่อ่ะ มันดีอ่ะ 

Surin: Very developed, modern.

Shereen: ถ้ามีนักธุรกิจใหญ่ๆ มาเปิด

Shereen: What do you think if there are some investments from big investors?

Surin: ดีมากเลย ทรงวาดจะเจริญมาก จะเป็นธุรกิจของประเทศเรา ของทรงวาดดีเลย ดีมากเลย ก็อยากให้เป็นอย่างนั้นเนอะ อยากให้… อยากให้เห็น… ดีมาก

Surin: That would be nice. Songwat will be so developed. It will be great for the economy of the country, good for Songwat. That’s what I want.

Shereen: ได้เลยค่ะคุณป้า เดี๋ยวยังไงถ้างานศิลปะของนิทรรศศการมาถึง น่าจะเป็นประมาณวันศุกร์หรือวันเสาร์ เดี๋ยวหนูเชิญคุณป้า

Shereen: Sure, so when the artworks arrive, maybe on Friday or Saturday, I will invite you to the exhibition alright?

Surin: ศุกร์ไหน ศุกร์นี้วันที่ 1 วันที่ 1 ที่นี่มีประชุม

Surin: Which Friday? Friday the 1st? There’s a meeting on the 1st.

Shereen: อาจจะวันศุกร์หรือวันเสาร์ที่จะถึง เดี๋ยวจะชวนคุณป้าไปดูก่อน

Shereen: Maybe this coming Friday or Saturday, I will let you know.

Surin: วันเสาร์ดีกว่านะ

Surin: Saturday is better.

Shereen: ได้ๆ ได้เลยค่ะคุณป้า งั้นขอบคุณมากเลยนะคะ

Shereen: Sure, thank you so much!

Surin: ได้ลูก มีอะไรก็บอก อยู่ใกล้กันนะ

Surin: Sure honey. If there’s anything you need, let me know. We’re neighbours.

For its grand opening in Song Wat, TARS Unlimited presents SURIN, a group exhibition featuring the works of 5 artists: Mit Jai Inn, Parinot Kunakornwong, Pisitakun Kuantalaeng, Ampannee Satoh, and Thanawat Numcharoen.

SURIN takes its name from Khun Surin, a beloved local guardian entrusted with the stewardship of the nearby Luang Kocha mosque. In her role as an outsider to the art world, Khun Surin was invited to share a refreshing and unfiltered perspective on the artworks selected for this exhibition. Her insights, untainted by preconceived notions or academic conventions, shed light on the profound and universal themes that resonate across cultures and generations.

01

bottom of page